salinee 的个人资料*+*+*fai*+*+*照片日志列表更多 工具 帮助

日志


4月14日

HaPpY SoNgKrAn's Day!!

..วันนี้วันสงกรานต์ค่ะ ปีใหม่ไทยก็ต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ หน่อย
ตอนเช้าก็ไปไหว้พระที่วัดแบบตระเวนเลยอ่ะ
พอตอนบ่ายก็อยู่บ้านตลอดเลย ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนก็ตกตลอดเวลาเลย
 
สงกรานต์ปีนี้ไม่เหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมาเลยอ่ะ
บรรยากาศมันเงียบเหงายังไงพิกล
คนก็น้อยกว่าที่ควรจาเป็นอ่ะ หรืออาจจาเป็นวันแรกก็ได้มั้ง
ต้องรอดูวันต่อๆ ไป
 
พรุ่งนี้เพื่อนๆ นัดกันไปเล่นน้ำอ่ะ
คงจาทำให้รู้สึกครึกครื้นขึ้น (รึป่าวหว่า)..55+
แต่คิดว่ายังไงก็ถือว่าไปดูบรรยากาศเอาละกัน
และก็ถือเป็นการทิ้งทวนก่อนไปฝึกงานผลัดต่อไปด้วยอ่ะ TT...
 
 
 
                                                                                                              ...คิดถึงทุกๆ คนเลยค่า...
                                                                                                                                                 
                                                                                                                                                       ^____^
 
 
 
3月5日

10 ปีที่ผ่านไปไม่มีค่าเท่ากับ..1วันที่เหลืออยู่

ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก
ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี

หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที
เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป
โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
เพราะเหตุผลที่ว่า "เสียดายเวลา" ที่คบกันมา

บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า
เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์
จนนึกภาพความสุขไม่ออกแต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ
แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน
โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป
ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
และ...เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ

จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต
ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง
อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับา
หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน
หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น
ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี
ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า..
หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่
ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่
เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน
เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี
เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น
ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น
1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต
ใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น


" หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก
ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า
ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า
แล้วยังจะมาเสียดายอดีต..

นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม "
 

PS. แค่อ่านแล้วชอบเฉยๆ นะ ขำๆจ้า!!

9月17日

ไข่ แครอท กาแฟ

วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบนถึงชีวิตอันแสนลำเค็ญให้พ่อฟังว่า
เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน
ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ

ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว จัดแจงต้มน้ำในหม้อสามใบ
ด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก
วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายเลย
ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและหมดความอดทน ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร
ยี่สิบนาทีผ่านไป เขาก็ปิดเตาแก๊ส

ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า

"ลูกเห็นอะไรบ้าง"

"แครอท ไข่ กาแฟ" เธอตอบ

เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัสแครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่นั้นได้ต้มจนสุก
แล้วท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบกาแฟดูเธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น
แล้วค่อยๆถามว่า

" นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ "

พ่ออธิบายว่า เราได้กระทำต่อสามสิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
นั่นคือ น้ำเดือด แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน
จากเดิมแครอทดูแข็งๆ และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก

ไข่ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆคอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น

ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล
เมื่อมาเจอน้ำเดือด น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป

" แล้วลูกล่ะเป็นอะไร" พ่อถามลูกสาว เมื่อความทุกข์มาเยือน
ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไรลูกเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ


แครอทนั้นดูแข็งโป๊กแต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา
อ่อนแอและสูญเสียเรี่ยวแรงกำลังไป

หรือจะเป็นไข่ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรกจิตใจอันอ่อนไหวของคุณ
จะเป็นอย่างไรหลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การแตกแยก
การหย่าร้าง หรือการเลย์ออฟ หัวใจของคุณหยาบกร้าน และแข็งกระด้างขึ้นหรือเปล่า
แม้เปลือกภายนอกของคุณยังคงเดิม หากหัวใจและจิตวิญญาณของคุณเล่า
มันปวดร้าวและได้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่ง

หรือคุณเหมือนเมล็ดกาแฟ เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด
แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100 องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น

หากคุณเป็นดั่งกาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด
นอกจากคุณจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
คุณยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย
6月26日

#..PuT uR rEcOrDs On..#

Artist : Corinne Bailey Rae
Title : Put your records on


Three little birds, sat on my window.
And they told me I don't need to worry.
Summer came like cinnamon
So sweet,
Little girls double-dutch on the concrete.

Maybe sometimes, we got it wrong, but it's alright
And nothing seems to change, and it all will stay the same.
Oh, don't you hesitate.

* Girl, put your records on, tell me your favourite song
You go ahead, let your hair down
Sapphire and faded jeans, I hope you get your dreams,
Just go ahead, let your hair down.

** You're gonna find yourself somewhere, somehow.

Blue as the sky, sombre and lonely,
Sipping tea in the bar by the road side,
(just relax, just relax)
Don't you let those other boys fool you,
Gotta love that awful hairdo.

Maybe sometimes, we feel afraid, but it's alright
The more you stay the same, the more they seem to change.
Don't you think it's strange?

Just more than I could take, pity for pity's sake
Some nights kept me awake, I thought that I was stronger
When you gonna realise, that you don't even have to try any longer.
Do what you want to.

 

 

http://www.siam2.com/jukebox/pop-player.php?id=1613


6月21日

T T

 
 
..ช่วงนี้รู้สึกเศร้าจังอ่ะ..ทำไมชีวิตมันแสนเศร้าอย่างนี้นะ
มีแต่เรื่องอะไรไม่รู้มาทำให้ปวดหัวตลอดเลย..
เฮ้อ!! ทำไมเราต้องไปฟังคำคนอื่นมากนะ
 แล้วทำไมต้องคิดมากด้วยเนี้ย
ปวดใจอ่ะ 
อึดอัดใจชะมัดเลย
เพิ่งเปิดเรียนแท้ๆ ก็นึกว่าจามีแต่เรื่องหนุกๆ ให้ทำ
เซงอ่ะ!! จาทำไงดีเนี้ย..TT
 
 
 
 
++DoN't U bRiNg mE dOwN ToDaY!!++
 
  +~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+~+
 
 
 
มีเพื่อนเราคนนึงบอกเราว่า...
 "เราห้ามนกไม่ให้บินผ่านห้วเราไม่ได้  แต่เราห้ามไม่ให้นกทำรังบนหัวเราได้"
งงมะ!!
มันก็เหมือนกับคนเรานั่นแหละ
ที่จาไปห้ามไม่ให้คนอื่นเค้าพูดไม่ได้อ่ะ
มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า..อย่าไปแคร์คนอื่นมากเกินไป
ฟังแล้วรู้สึกดีจังอ่ะ จรรโลงใจชะมัด
 
 
6月5日

Trouble Sleeping-- Corinne Bailey Rae

..It's late and I'm feeling so tired
Having trouble sleeping
This constant compromise
Between thinking and breathing

Could it be I'm suffering
Because I'll never give in
Won't say that I'm falling in love
Tell me I don't see myself
Couldn't I blame something else
Don't say I'm falling in love

Some kind of therapy
Is all I need
Please believe me
Some instant remedy
That can cure me completely

Could it be I'm suffering
Because I'll never give in
Won't say that I'm falling in love
Tell me I don't see myself
Couldn't I blame something else
Don't say I'm falling in love

Cause I've been there before
It's not enough
So nobody say it
Don't even say it
I got my eyes shut
Whoah, no
Whoah, no, no, no

Could it be I'm suffering
Because I'll never give in
Won't say that I'm falling in love
Tell me I don't see myself
Couldn't I blame something else
Don't say I'm falling in love..

 

 

..ไม่รู้เป็นงัยอ่ะ  แบบว่าชอบเพลงนี้จัง!!..

Ps.เนื้อหาก็น่ารักดีด้วยแหละ--ลองไปหามาฟังกันน้า..^__^
4月28日

NeVeR..nEvEr..>-<

 
 
 
...Never say I love you, If u don't really care
 
Never talk of feelings, If they aren't really there

  Never hold my hand, If u mean to break my heart
 
Never say forever, If u ever plan to part
 
Never look into my eyes, If u are telling me a lie
 
Never say hello, If you think u will say goodbye
 
Never say that I'm THE ONE If u dream of more than me
 
 Never lock up my heart, If u don't have the key... 55+
 
4月25日

o(╥﹏╥)o

เขาว่าผุ้ชายมาจากดาวอังคาร
ส่วนผุ้หญิงนั้นมาจากดาวศุกร์ที่ไกลแสน
เขาว่าดินแดนของดวงดาวแต่ละดินแดน
ไม่เคยมีดาวดวงใดเคลื่อนทับแทนกัน
ฉันรู้เท่ากับที่เธอรุ้...ว่าเราแตกต่าง
และรู้ว่าไม่มีทางที่เธอจะรวมทุกอย่างกับฉัน
เหมือนดาวศุกร์ที่อยู่คนละวิถีกับดาวอังคาร
แต่โชคดีที่ยังสามารถอยู่ร่วมจักรวาลตลอดไป
ความรัก--บางทีก็คงไม่ต้องได้มา
แค่รู้สึกเสมอว่า ครั้งนึงเคยทำให้ยิ้มได้
ต่อให้เป็นเส้นขนาน
แค่เราใช้อากาศของฟ้าเดียวกันหายใจ
บอกไว้เลย
เป็นคนรักไม่ได้ไม่เป็นไร
แค่เราไม่เกลียดกันก็พอ
 
 
ps. ขำๆ น้า..เห็นว่ามันน่ารักดีอ่ะ เลยเอามาลงไว้--><''
4月16日

LuV--LuV

  ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง


การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ" ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน

แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...

ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...

ยิ้มให้กับโชคชะตา
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน

คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว


คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...


คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?

แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ
 
  ...แต่ทำใจไม่ได้อ่ะ!!...TT 
4月12日

นาฬิกา..เวลา..เรา..และความรัก

แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน

แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร


ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว


ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน


ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง


เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ


ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า


ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง


เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ


เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป


แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน


ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..
** “กันและกัน” **


เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป

LOvE!!

บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา
เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง

... ไม่ผิดหากจะ รัก คนมีเจ้าของ
แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน

...หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก
และยืนเฉยๆ เพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา

...ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ
การมอบความรักมันอิ่มเอม
และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน

...ความรัก...
จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน

...ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา
แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆ ชีวิตเขา

...คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก
แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย

...ความรัก
ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น
ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก

...แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า

...ในวันที่ความรักคงที่
สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงาน
สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ
ความเข้าใจ ล้วนๆ

...ความห่างไกล มันทรมาน
เวลาเจอกันจึงหอมหวาน
และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก

...บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก
มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

...ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ
ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด



ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว

ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน

ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด

ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้

ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์

ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่

ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี

ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน

ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์

ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน

ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน

ความรัก ไม่ต้องแค่ หัวใจคน

ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ

ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล

ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน

ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก
3月15日

love article

.มีคนตั้งขึ้นมาว่า จะมีสะพานไม้เล็กอยู่ ให้เดินไปจนถึงโดยที่หลับตา
ถ้าใครสามารถเดินไปถึงได้โดยไม่ตกลงมา
คุณและคู่รักของคุณจะเป็นเนื้อคู่กันตลอดไป ..

ทุกคนจึงพยายามเดินแล้วหลายรอบ แต่ก้อตกลงมาทุกที
บางคนถึงกับคิดว่าชั้นคงไม่มีเนื้อคู่แล้วล่ะสิ

จนมีคนนึงเดินไปถึง และไม่ตกลงมา
ทุกคนก้อถามว่าเดินยังไงหละถึงไม่ตก..พอคนนั้นตอบทุกคนก้อเงียบไปเลย

เค้าบอกว่า "ชั้นแอบลืมตาเดินไง"...

ลองคิดดูดิ
เพื่อความรัก ทุกคนยอมหลับตา..และยอมปฏิเสธสิ่งต่าง ๆ ที่ทุกคนผ่านมัน
โดยไม่มองอะไรเลย..เค้าสั่งให้หลับตาเดินก้อยอม
แล้วมันจะไปถึงได้อย่างไร..ในเมื่อตาเรามองไม่เห็นทาง
.เวลามีความรักลองเปิดตามองให้ไกล .อย่าปล่อยให้ความรักทำให้ตาบอด
.ถึงแม้ลืมตาเดินแล้วยังตกลงมาอีกก้อคงไม่เจ็บเท่าตกลงมาเพราะหลับตาเดิน..
เพราะเราจะรู้ว่าต้องตกท่าไหนจึงจะเจ็บน้อยที่สุด
.........
3月14日

โง่ที่จะรักและวิ่งตาม

ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง มีสถิติที่ตัวเองพอใจ แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน
>>ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป และสถิติที่ดี
>>ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ
>>
>>ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
>>อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อมหมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ
>>ในชีวิตไป
>>
>>แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง
>>แต่หนักแน่นขึ้น
>>
>>โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน
>>เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน
>>
>>แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
>>เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น
>>………………………………
>>เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง
>>
>>คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี เพราะตั้งแต่อยู่กันมา
>>เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ
>>ไม่เคยบอกล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
>>แต่ความเร็วของเขาก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี
>>
>>ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เขามากขึ้น
>>และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ
>>
>>แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา
>>เธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปเรื่อยๆ
>>
>>เธอแซงหน้าเขาได้ – แต่เธอไม่ทำ แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน
>เธอก็ทำได้
>>– แต่เธอไม่ทำ
>>
>>เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน
>>
>>“ ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
>>แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้
>>เท่ากับว่าฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา
>>ยังมีเขาอยู่ในสายตา – ในชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา
>>แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม”
>>
>>“ แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย
>>เธอเป็นคนรักของเขานะ”
>>
>>คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรักปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม
>>
>>“ ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
>>ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว…ห่างแบบนี้ดีกว่า
>>ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง…
>>ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
>>และถ้ามันจะทำให้เขาเห็นความจริงใจของฉัน
>>เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง – ถ้าเขาหายดีแล้ว”
>>
>>ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ
>>
>>ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คนบางคนดูโง่งมงายเสียเต็มประดา
>>
>>ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง
>>แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
>>ป่านนี้..เพื่อนของฉันคงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว
>>
>>แต่เพื่อนยังคงเต็มใจที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
>>
>>แม้ว่าบางที – อาจจะไม่มีวันนั้น ..
>>วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก
>>
>>เพราะบางที…..
>>
>>“ เส้นชัย” อาจไม่มีความหมาย ต่อคนบางคนหากว่าเขาเข้าเส้นชัย
>>แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง
>>
>>เมื่อความสุขคือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม ในสังคมของความรัก…
>>ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้า
>>และปรารถนาจะเป็นผู้ตามด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ
>>
>>ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ….
>>แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด
>>
>>เป็นไงกันบ้างอะจ้ะ... บางครั้ง...บางคนก็คิดว่า
>>ทำไมจะต้องตามเค้านะ...
>>ความคิดนี้คงจะเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ...
>>ตอนนี้ก็คงจะพอรู้สึกถึงความรู้สึกของการตามบ้างแล้วนะ..
>>
>>อยากเป็นคนตาม...โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้างเหมือนกันเนอะ....
>

นิทานแมลงปอ

มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดูชม พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ

แต่แล้ววันหนึ่ง...
เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด

แต่แล้ววันหนึ่ง
พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา
พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า “เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า
“ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม”
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน.
หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คลาดสายตาเท่านั้น

ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่
เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว
อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ
สนใจจากหญิงสาวได้ แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่
อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว
ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก
ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3
เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น
ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3
ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ
บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ”
เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา
พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม”
เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า”
พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว”
เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า “ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ”

บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม

Talking about ก็เพราะความรัก นี่หน่า..


การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว
ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน
แต่เมื่อได้ชิมก็จะรู้ว่า
รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น

จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง
ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง
แต่เมื่อคุณลองกะเทาะ
เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆ นั้น
ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย

ร่างกายของคนๆ หนึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็ง
ที่สักวันหนึ่ง... มันก็ต้องละลายไป

นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว
ถ้าคุณไม่หุง...ย่อมกินไม่ได้

ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ...ที่มีทุกรส
ยกเว้น... ความหวาน

ความรัก...ก็เหมือนกับไข่เจียว
ที่คุณกินได้ทุกวัน… แต่ก็ยังไม่เบื่อ

ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ...Pepsi
ที่อึกแรกมักจะซ่า... แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า
ก็หายซ่าไปเอง...

ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆ ชนิดในสวนสัตว์
ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง…

ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม
ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย...แต่ดันกินส้มตำ

แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง…
ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ…
แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ....คุณก็จะเบื่อไปเอง

ต่างกับเพื่อนสาว…
ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก... ที่นานๆคุณเปิดที
แต่ก็ยังเพราะ...ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง

ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง.
คนที่คุณมองหาคนแรก... คือคนที่คุณชอบอยู่

เบอร์โทรศัพท์...
ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ...คุณก็จำไม่ได้
แต่ถ้าเป็นเบอร์องคนที่หลงใหลล่ะก็...
คุณจะจำได้ทุกตัว...แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย

เพลง...ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน...
อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด...เมื่อเขาจากไป

ก็เหมือนกับวันๆ หนึ่ง
ที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้
แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ
แม้ประโยคเดียว... คุณก็จำได้ ...
จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน..555+

ทำไมหัวใจถึงเอียงซ้าย

ทำ ไ ม ...หั ว ใ จ ...ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย รู้ป๊ะ.....


เ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย

ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า

ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย

แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี

น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น



คิ ด ดู แ ล้ ว . . หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น

บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น

จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย - ข ว า อ ย่ า ง

แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . .

แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น

อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น



แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ?

บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ

ใ ค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . .



หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง

แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น


 
 

ความรู้สึก vs ระยะห่าง

เคยรู้สึกบ้างไหมว่า ...
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...

ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน…
เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า

ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า ....

 
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน

 
ไม่เคยรับรู้ว่า ...
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน

แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ …

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน…

 
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์...

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า …

ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไป
เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน

เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนีเสียอีก...

 
เคยรู้สึกไหมว่า…
บางที ความห่างไกลกับระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....

เคยคิดกันบ้างไหมว่า …
ระหว่างคนพยายามเดินหนี
คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม
คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน...

__________________________________________________

การที่เราจะรักใครสักคน..

การที่เราจะรักใครสักคน..
>>>ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้
>>> > >แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้
>>> > > > > เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ
>>> >
>>> >การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
>>> > >แต่ควรนึกขอบคุณ  โชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค
>>>เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
>>>
>>> > > > > การที่เราจะรักใครสักคน..
>>>ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง
>>> > >แต่ให้มานั่งถามตัวเองดู  ว่าวันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง
>>> > > > >
>>> > >การที่เราจะรักใครสักคน..
>>>ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา
>>> > >แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก
>>> > > > >
>>>การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขา ว่าเขาเคยมีใครยังไง
>>> > >แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน...อดีต.
>>>ถึงอย่างไรก็คืออดีต
>>> >
 > > > การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะ ก็ไม่สำคัญ
>>> > >เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ
>>
> > > > > การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
>>> > >แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า
>>>
 > > > > การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรหูเบา
>>> > >เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้
>>>
 > > > > การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย
>>> > >แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน
>>> > >เพราะการที่เราคอยห่วงใยกันอยู่เสมอๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆเลย
>>> > >เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน
>>> > > > >
>>>การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ
>>> >เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืมข้อเสียทั้งหมดของเขาได้
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน....ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา
>>> > >แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อเห็นเขาเสียใจ
>>> > >ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ
>>> >
>>> >แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ของเขาเสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบๆซึมๆไป
>>> > >เพราะหาก เราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน
>>> > >ผลสุดท้ายแล้วคนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน...อย่ารอที่จะบอกรัก
>>>ให้รีบบอกคนที่เรารักซะ
>>> > >ก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอกอีกต่อไป
>>>
> > > > การที่เราจะรักใครสักคน...แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด
>>> > >แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจ ว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน
>>>
 > > > > การที่เราจะรักใครสักคน...จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ
>>>
>>>การที่เราจะรักใครสักคน...ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ
>>> > > > > ...ความรัก สอนให้เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่ง
>>> > > > > ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง
>>> > >
>>> > > > > ความรัก ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
>>>ทำให้เราเข้าใจอะไรๆมากขึ้น
>>> > > > > ความรัก ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ
>>> > >
>>> > > > > นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้....จากการที่เราได้....รัก....ใครสักคน..